ภูเขาไฟทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย ปะทุครั้งแรกในรอบกว่า 12,000 ปี พ่นเถ้าถ่านปกคลุมหลายหมู่บ้าน ขณะที่หลายประเทศกำลังเตรียมรับมือผลกระทบต่อเที่ยวบินต่างๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภูเขาไฟ “เฮย์ลี กุบบี” (Hayli Gubbi) ในภูมิภาค “อาฟาร์” (Afar) ทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย ปะทุเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ทำให้หมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงถูกปกคลุมด้วยเถ้าภูเขาไฟ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่อาจเกิดผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นคนเลี้ยงปศุสัตว์

นาย โมฮัมเหม็ด เซอิด ผู้บริหารท้องถิ่นบอกกับสำนักข่าว AP ว่า “แม้จะยังไม่มีการสูญเสียชีวิตมนุษย์และปศุสัตว์ แต่หมู่บ้านหลายแห่งก็ถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่าน และเป็นผลให้สัตว์ของพวกเขามีอาหารเหลือน้อยที่จะกิน”

ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุอีกครั้งในช่วงเย็นวันจันทร์ (24 พ.ย.) ก่อนจะสงบลง โดยมันพ่นเถ้าถ่านและควันขนาดใหญ่เหนือประเทศเอธิโอเปีย และลอยข้ามทะเลแดงไปยังคาบสมุทรอาหรับ นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกมาในปริมาณมากด้วย


ศูนย์เตือนภัยเถ้าภูเขาไฟ (Volcanic Ash Advisory Center) ในเมืองตูลูส ของฝรั่งเศส ออกประกาศเตือนไปยังเครื่องบินที่บินในภูมิภาคนี้ โดยระบุว่าเถ้าถ่านได้ลอยขึ้นไปถึงระดับความสูง 49,000 ฟุต

ด้านเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงในประเทศที่อยู่ไกลออกไปอย่างอินเดีย กำลังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่เที่ยวบินจะหยุดชะงัก อันเป็นผลมาจากเถ้าถ่านที่ล่องลอยปกคลุมน่านฟ้า

ทั้งนี้ เว็บไซต์ Volcano Discovery ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของภูเขาไฟที่ยังคงมีพลังอยู่ทั่วโลก ระบุว่า ไม่เคยมีบันทึกการปะทุของภูเขาไฟ เฮย์ลี กุบบี มาก่อนในช่วง 12,000 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การบันทึกสถิติการปะทุของภูเขาไฟในพื้นที่แถบนี้ของเอธิโอเปียมีอย่างจำกัด เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล